มกราคม 2561
อาพฤ
 1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
ผู้เข้าชมทั้งหมด : 6,642
ผู้เข้าชมวันนี้ : 5
Google

WWW
OFFICE SITE

ใช้พลังงานอย่างรู้ค่า ประหยัด รักษา ทรัพยากร   ชาว สค. ร่วมมือ ร่วมใจ ลดใช้พลังงาน   ทั้งหญิงและชายคือพลังสร้างสรรค์สังคม   ครอบครัวอบอุ่น คือต้นทุนของชีวิต   ค่านิยมองค์กร : มืออาชีพ จริยธรรม ภาวะผู้นำ ทำงานเป็นทีม  
รายละเอียด ข่าวจากสื่อ
ครอบครัวไทยนิยมใช้ความรุนแรง-เด็กเลือกประชดพ่อแม่
ครอบครัวไทยนิยมใช้ความรุนแรง-เด็กเลือกประชดพ่อแม่ วันที่ข่าว : 19 พ.ย. 2558
กลุ่มข่าว : เว็บไซต์ > Web-Site
หน้า :
URL : http://www.posttoday.com/social/health/400538
วันที่นำเข้าข้อมูล : 19 พ.ย. 2558
ชื่อผู้นำเข้า : กลุ่มเลขานุการคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ครอบครัวแห่งชาติ
ดาวน์โหลดไฟล์เอกสาร : ไม่มีไฟล์เอกสาร
   

  มูลนิธิหญิงชายก้าวไกลเผยผลสำรวจเด็กประถม สะท้อนครอบครัวไทยนิยมใช้ความรุนแรง เกินครึ่งโต้เถียง ด่าทอ หยาบคาย ห่วงเด็กเลือกประชดพ่อแม่

 
เมื่อวันที่ 19 พ.ย. มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) จัดกิจกรรมรณรงค์เนื่องในโอกาสวันยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็ก ประจำปี2558 ภายใต้แนวคิด“เปิด ปรับ เปลี่ยน:หยุดความรุนแรง”ภายในงานมีการแสดงละครสั้น เพื่อสะท้อนความรุนแรงในมุมต่างๆ
 
นายสิทธิศักดิ์ พนไธสงค์ ฝ่ายส่งเสริมภาคีเครือข่าย มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล กล่าวว่า เนื่องในวันที่25พ.ย.ของทุกปีคณะรัฐมนตรีมีมติกำหนดให้เดือนพ.ย. เป็นเดือนแห่งการรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็ก มูลนิธิฯจึงลงพื้นที่เก็บรวบรวมความคิดเห็นสถานการณ์ปัญหาความรุนแรง โดยสำรวจเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 - 6 ในมุมมองของลูกกับปัญหาความรุนแรงในครอบครัว จาก 26 โรงเรียน ในพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด สัดส่วนชายต่อหญิงครึ่งต่อครึ่ง และพบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่อยู่กับพ่อและแม่ โดย 85.1% ยอมรับว่า คนในครอบครัวเคยมีปากเสียงทะเลาะเบาะแว้งกัน กิจวัตรประจำวันของคนในครอบครัว
 
ที่น่าห่วงคือมี 70.6% ติดมือถือ เล่นไลน์ เฟสบุ๊ก ขณะที่ 63.4% โต้เถียง ด่าทอ พูดจาหยาบคาย 62.8% พ่อแม่ทำงานหนักไม่มีเวลาให้ลูก 57% คนในครอบครัวดื่มเหล้า/เบียร์/เล่นการพนัน อบายมุข 
 
เมื่อถามถึงความรู้สึกที่พ่อแม่ทะเลาะกัน พบว่าเด็กๆส่วนใหญ่รู้สึกเสียใจ ร้องไห้ กลัวกังวล เครียด เบื่อเซ็ง หมดกำลังใจ หรือมีแม้กระทั่งพบเห็นบ่อยจนชินไปแล้ว ทั้งนี้สิ่งที่เด็กๆเลือกทำเมื่อเห็นคนในครอบครัวทะเลาะกันคือ 23.4% เลือกที่จะเข้าไปห้าม 14.4% เลือกที่จะอยู่เฉยๆ 10% ขอเก็บปัญหาไว้คนเดียวไม่บอกใคร แต่ที่น่าห่วงคือ 6.7% อยากจะประชดพ่อแม่
 
นายสิทธิศักดิ์ กล่าวว่า เมื่อเด็กๆพบเห็นคนในครอบครัวดื่มเหล้าเบียร์ มักจะมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่แล้วกลุ่มตัวอย่างเหล่านี้ต่างต้องการให้ครอบครัวกลับมามีความสุข สนิทสนามกัน พูดคุยกันทุกเรื่อง มีเวลาให้ครอบครัว มีกิจกรรมที่ทำร่วมกัน รับประทานอาหาร ดูโทรทัศน์ ช่วยกันทำงานบ้าน คอยให้คำปรึกษาลูกๆ คือทุกคนต้องให้ความสำคัญกับครอบครัว ทำกิจกรรมร่วมกันบ่อยๆ หรืออยากให้มีเวลาอยู่ด้วยกัน ทำกิจกรรมด้วยกันอย่างน้อยสัปดาห์ละหนึ่งวัน ตลอดจนขอให้ใช้เหตุผลมากกว่าการทำโทษ พูดคุยกันให้มากขึ้น ที่สำคัญคือเด็กๆอยากให้พ่อแม่เลิกดื่ม เลิกพนันและอบายมุข
 
นายแพทย์บัณฑิต ศรไพศาล ผอ.สำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยง สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ กล่าวว่า จากผลสำรวจสะท้อนว่าครอบครัวมีความขัดแย้งหลายระดับ ตั้งแต่การทะเลาะด่าทอพูดจาหยาบคายทำร้ายร่างกาย ทำลายข้าวของ ซึ่งครอบครัวที่ดื่มเหล้าเบียร์หรือเล่นการพนันมีโอกาสขัดแย้งมากขึ้น มีผลทำให้ทะเลาะเพิ่มขึ้น 14% ด่าทอเพิ่มขึ้น 46% มีผลให้ทำร้ายร่างกายเพิ่มขึ้น 90% และทำลายข้าวของเพิ่มขึ้น 124% 
 
อย่างไรก็ตามต้องรณรงค์เชิญชวนให้ทุกครอบครัวเกิดแนวความคิด "เปิด ปรับ เปลี่ยน" เพื่อยุติความรุนแรง เพราะจากสถิติดังกล่าว เด็กจำนวนมากที่เติบโตในครอบครัวที่มีความขัดแย้ง สภาพแบบนี้ทำร้ายจิตใจเด็ก ซึ่งหากมองในมุมหนึ่งจะพบว่าความรุนแรงในครอบครัวเหล่านี้มีสภาพเสมือนโรคติดเชื้อกระโดดจากพ่อแม่ไปสู่ลูกและไปสู่รุ่นต่อๆไปไม่สิ้นสุด เด็กจะรู้สึกเจ็บปวด จนชาชิน มองเห็นความรุนแรงเป็นเรื่องธรรมดา และใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหาเมื่อเติบโตขึ้น รวมถึงการดื่มเหล้าเบียร์หรือเล่นการพนันจะเพิ่มโอกาสก่อความรุนแรงในครอบครัวเพิ่มขึ้นอีก
 
นางน้อย(นามสมมติ) อายุ 45 ปี ผู้ที่เคยประสบปัญหาความรุนแรงในครอบครัว กล่าวว่า ก่อนหน้านี้อยู่กินกับสามีมากว่า 20 ปี สามีไม่เคยทำร้ายร่างกาย แต่พอเขาเริ่มสังสรรค์ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทำให้พฤติกรรมเปลี่ยนไป เช่น หึงหวงกล่าวหาว่ามีชู้ โมโหร้ายพูดหยาบคาบ ชอบดุด่าต่อหน้าลูก ถูกทุบตีหลายครั้ง รุนแรงที่สุดคือ พอเมาเหล้าก็เดินเข้ามาทำร้ายร่างกายใช้สายไฟมัดมือและใช้โซ่ลาม ใช้เข็มขัดและไม้แขวนเสื้อตีบริเวณลำตัว ใช้ความรุนแรงและบังคับหลับนอน ปัญหาที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อลูกชายคนเล็กโดยตรงเพราะอยู่ในเหตุการณ์ความรุนแรงและเข้ามาห้ามทุกครั้ง ลูกชายเริ่มมีพฤติกรรมโกรธเก็บตัวเงียบ ทำลายข้าวของ ติดเกมส์ การเรียนต่ำลง
 
"ช่วงนั้นต้องทนทุกข์ทรมานทั้งร่างกายและจิตใจ หวาดผวา กลัวไปทุกอย่าง สุขภาพจิตก็แย่ เคยคิดฆ่าตัวตายหลายครั้ง เมื่อเกิดเรื่องก็เข้าแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจนับ 10 ครั้งและปรึกษากับทางมูลนิธิหญิงชายก้าวไกลให้เอาผิดตามกระบวนการทางกฎหมาย เมื่อคดีสิ้นสุดก็ได้แยกทางกันและอดีตสามีก็รับผิดชอบค่าเลี้ยงดูบุตร อย่างไรก็ตาม ฝากไปถึงผู้หญิงที่ต้องเผชิญปัญหาแบบนี้ให้ไตร่ตรองคิดให้รอบคอบ การทนอยู่ในสภาพแบบนี้เพื่อครอบครัว แต่สุดท้ายแล้วเราจะไม่มีความสุขลูกก็จะไม่มีความสุข ซึ่งมันยังไม่สายที่จะทบทวน ตอนนี้ตั้งใจจะดูแลลูกให้ดีที่สุด และขอให้นำบทเรียนของตนเองเป็นอุทาหรณ์เพื่อใช้เตือนสติ" นางน้อย กล่าว
 
นายเอ (นามสมมติ) อดีตผู้ที่เคยใช้ความรุนแรงในครอบครัว กล่าวว่า ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวเกิดขึ้นหลังจากเลิกเสพยาหันมาดื่มเหล้า เริ่มดื่มหนักพอเมาก็มักจะใช้ความรุนแรงกับภรรยาทั้งโมโหร้าย ทำร้ายร่างกายตบตี นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องงาน มีหนี้สิน เกิดความเครียดสะสม ทำร้ายร่างกายภรรยาจนต้องหอบเสื้อผ้าหนีไปอยู่บ้านแม่ ซึ่งการใช้ความรุนแรงส่งผลต่อลูกโดยตรง ลูกอยู่ในเหตุการณ์เห็นพ่อทำร้ายแม่ บางครั้งพลาดเตะไปโดนลูกขณะเข้ามาห้าม ลูกร้องไห้ตลอด กลายเป็นคนกลัวพ่อ หวาดระแวงกลัวพ่อทำร้ายแม่ และกลัวตัวเองถูกทำร้าย ลูกไม่กล้าเข้าใกล้ นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบทำให้ลูกมีพฤติกรรมก้าวร้าว ใช้คำพูดรุนแรงกับเพื่อน หยาบคายด่าทอเพื่อน มีปัญหาด้านการเรียน ทะเลาะกับเพื่อนจนถูกเชิญผู้ปกครอง
 
"เมื่อเริ่มคิดได้ จึงปรับเปลี่ยนตัวเอง เริ่มลดละเลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยอมรับความผิดพลาด พยายามเปลี่ยนแปลง ช่วยงานบ้านภรรยา ตอนนี้ครอบครัวมีความสุข ตอนเช้าออกไปทำงาน เย็นช่วยงานภรรยา และไปรับลูกที่โรงเรียน กินข้าวด้วยกันพร้อมหน้า เราสนิทกันมากขึ้น ซึ่งถ้าไม่ปรับตัว ความรุนแรงที่เราทำให้ลูกเห็น ลูกอาจจะนำพฤติกรรมแบบนี้ไปทำกับคนอื่นและถ้าเรายังวนเวียนอยู่กับขวดเหล้า เชื่อว่าโตขึ้นลูกก็คงไม่พ้นโตเป็นวัยรุ่นขี้เมาเป็นแน่" นายเอ กล่าวที่
 
ที่มา: โพสท์ทูเดย์ ออนไลน์
ผู้นำเข้าข้อมูล: น.ส.สุภาพร กลวิทย์ กองส่งเสริมสถาบันครอบครัว
ภาพประกอบ
ไม่มีภาพประกอบ
Valid CSS! Valid XHTML 1.0 Transitional Level A conformance icon, W3C-WAI Web Content Accessibility Guidelines 1.0