มกราคม 2561
อาพฤ
 1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
ผู้เข้าชมทั้งหมด : 6,639
ผู้เข้าชมวันนี้ : 38
Google

WWW
OFFICE SITE

ใช้พลังงานอย่างรู้ค่า ประหยัด รักษา ทรัพยากร   ชาว สค. ร่วมมือ ร่วมใจ ลดใช้พลังงาน   ทั้งหญิงและชายคือพลังสร้างสรรค์สังคม   ครอบครัวอบอุ่น คือต้นทุนของชีวิต   ค่านิยมองค์กร : มืออาชีพ จริยธรรม ภาวะผู้นำ ทำงานเป็นทีม  

รายละเอียดเรื่องเด่นประเด็นร้อน
นวัตกรรมผลิตภัณฑ์จากชนเผ่า ผลงานของศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัว ลำปาง
 
นวัตกรรมผลิตภัณฑ์จากชนเผ่า ผลงานของศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัว ลำปาง
   

 

 

นวัตกรรมผลิตภัณฑ์จากชนเผ่า

ผลงานของศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัว ลำปาง

         

เคยเขียนถึงศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัว ของกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.)
ว่ามีทั้งหมด
8 แห่ง คือที่ จ.ขอนแก่น ชลบุรี เชียงราย นนทบุรี ลำปาง ลำพูน ศรีสะเกษ และสงขลา

         

เดิมชื่อว่าศูนย์สงเคราะห์และฝึกอาชีพสตรี เปลี่ยนชื่อเป็นศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัว เมื่อมีการปรับปรุงโครงสร้างของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)

         

ศูนย์ฯ ทั้ง 8 แห่งมีหน้าที่หลักในทำนองเดียวกันคือช่วยให้สตรีและครอบครัวได้มีวิชาชีพติดตัวและสามารถประกอบสัมมาอาชีพได้ นับเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้สังคมและประเทศชาติได้ประการหนึ่ง

 

ทุกศูนย์ฯ มีหลักสูตรการฝึกอบรมวิชาชีพ 6 เดือน คือ หลักสูตรตัดเย็บเสื้อผ้า ตัดผมชาย เสริมสวยสตรี โภชนาการ บริการโรงแรม พนักงานช่วยเหลือดูแลผู้สูงอายุและเด็ก และนวดแผนไทย

 

นอกจากนั้นแต่ละศูนย์ยังจัดหลักสูตรต่างๆ เพื่อสนองความต้องการของพื้นที่ เช่น ช่างไฟฟ้า เครื่องทำความเย็นและเครื่องปรับอากาศ คอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์ธุรกิจ โรงแรมและบริการ ความงามและสุขภาพ นวดแผนไทยอโรมา การบัญชี อิเล็กทรอนิกส์ ปักจักร และหลักสูตรตัดเย็บเสื้อผ้าเพื่อยกระดับฝีมือ เป็นต้น

 

ซึ่งมีทั้งหลักสูตร 6 เดือน 3 เดือน แม้กระทั่งหลักสูตรสั้นๆ เช่น 1 เดือน 1 สัปดาห์ และในบางศูนย์ฯ ได้เปิดหลักสูตรในระดับประกาศนียบัตรอาชีวะศึกษา (ปวช.) ด้วย

 

ผู้เขียนเคยไปดูงานและสัมผัสกับผลงานของศูนย์ฯ สงขลา และได้เขียนลงในคอลัมน์นี้มาแล้ว ส่วนอีก 3 ศูนย์คือศูนย์ฯ นนทบุรี เชียงราย และขอนแก่นนั้น เคยไปแต่ได้สัมผัสเพียงผิวเผินเท่านั้น

 

ในโอกาสที่ น.ส.วันเพ็ญ สุวรรณวิสิฏฐ์ รองอธิบดีกรม สค. (คณะรัฐมนตรีได้มีมติแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง พม. แล้ว) ได้ไปแจกวุฒิบัตรให้แก่ผู้สำเร็จการฝึกอาชีพระยะสั้นของศูนย์ฯ ลำปาง จึงได้ไปเยี่ยมชมกิจการของศูนย์ฯ นี้ด้วย

         

ได้ทราบว่าศูนย์ฯ ลำปาง เป็นศูนย์สงเคราะห์และฝึกอาชีพสตรีแห่งแรกของประเทศไทย โดยได้เปิดดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม 2522

           

ผลงานนับตั้งแต่วันเปิดดำเนินการจนถึงปัจจุบัน ปรากฏว่าได้พัฒนาอาชีพให้แก่สตรีและครอบครัวเฉพาะที่ดำเนินการภายในศูนย์ฯ ไปแล้วถึง 36,427 คน

         

นอกจากนั้นยังได้ฝึกอาชีพตามโครงการสร้างชีวิตใหม่แก่สตรีและครอบครัวและโครงการอื่นๆ ภายนอกศูนย์ด้วย โดยได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2536 และมีจำนวนผู้รับฝึกอบรม รวม 43,200 คน

           

ศูนย์ฯ ลำปาง ไม่ได้ฝึกอาชีพให้ผู้เข้ารับการอบรมเฉพาะใน จ.ลำปางเพียงจังหวัดเดียวเท่านั้น แต่ยังมีพื้นที่รับผิดชอบอีก 7 จังหวัด โดยผู้เข้ารับการอบรมจำนวนไม่น้อยเป็นชาวเขาเผ่าต่างๆ

         

เคยสงสัยว่าเหตุใดศูนย์ฯ ของ สค.ในบางแห่ง จึงต้องสอนในระดับ ปวช.ด้วย เพราะการดำเนินการดังกล่าวนี้ซ้ำซ้อนกับของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

         

คำตอบของนางละไม เตชะสืบ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการศูนย์ฯ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ทำให้หายสงสัย เพราะได้ทราบว่าผู้เข้ารับการอบรมส่วนหนึ่งเป็นผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา กล่าวคือไม่มีเงินเพียงพอในการเข้าศึกษาต่อในชั้น ปวช. ของโรงเรียนรัฐบาลหรือโรงเรียนเอกชนได้

         

การเข้ารับการอบรมวิชาชีพที่ศูนย์ฯ โดยร่วมกับกลุ่มอื่นๆ คือผู้ที่ว่างงาน ผู้ประสบปัญหาทางสังคมรวมถึงปัญหาอื่นๆ และกลุ่มผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎร เช่น ชาวเขานั้น รัฐบาลได้สนับสนุนงบประมาณในการจัดสวัสดิการเบื้องต้น ได้แก่ที่พัก อาหาร การรักษาพยาบาล ของใช้ที่จำเป็นตามความเหมาะสมและการศึกษาเล่าเรียนหรือการฝึกอบรม

 

ประกอบกับผู้ที่จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีอายุเพียง 13 ปี หากอาศัยอยู่ที่บ้าน โอกาสที่จะประสบปัญหาทางสังคมอื่นๆ ก็อาจตามมา อาทิ กระบวนการค้ามนุษย์ การหลอกลวงไปทำงานที่ไม่เหมาะสมกับวัย นอกจากนั้น หากสำเร็จการฝึกอบรมวิชาชีพหลักสูตร 6 เดือนแล้วไปประกอบวิชาชีพ ก็ยังมีวุฒิภาวะไม่พร้อม ไม่อดทนและไม่ได้รับการยอมรับอีกด้วย

 

การนำมาฝึกอาชีพพร้อมๆ กับให้การศึกษาในระดับ ปวช.ด้วยนั้น นอกจากผู้เข้ารับการอบรมจะได้ความรู้วิชาชีพที่สามารถประกอบอาชีพด้วยตนเองได้แล้ว ยังช่วยแก้ปัญหาสังคมได้อีกด้วย

 

ระหว่างการฝึกอาชีพผู้เข้ารับการอบรมชนเผ่าชาวม้ง (แม้ว) และชนเผ่าปกาเกอะญอ (กะเหรี่ยง) (อย่าเรียกชื่อในวงเล็บนะครับเขาไม่ชอบ) เหล่านี้ได้ใช้เวลาว่างปักผ้าชนเผ่าเพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งการปักผ้าชนเผ่านี้สาวทั้งสองชนเผ่าทุกคนปักเป็นกันตั้งแต่เด็กๆ เพราะเป็นการสืบทอดทางวัฒนธรรมมาจากบรรพบุรุษ

 

เหตุนี้เองที่ทำให้ศูนย์ฯ ลำปาง ได้ค้นพบว่าชนเผ่านี้เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ ประสบการณ์และมีความรักในการปักผ้าชนเผ่า สมควรจะส่งเสริมและพัฒนาวิชาชีพนี้ให้ดียิ่งขึ้น

 

เพราะเสื้อผ้าเหล่านี้นอกจากใช้ใส่ในชีวิตประจำวันและใส่ในงานประเพณีของแต่ละชนเผ่าแล้ว กระแสผ้าปักชนเผ่ากำลังเป็นที่นิยมของประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยได้นำผ้าปักเหล่านี้มาตกแต่ง ประดับบนเสื้อผ้าหรือของใช้ต่างๆ

 

นอกจากนั้น การที่นักแสดงได้ใส่เสื้อผ้าที่ตกแต่งด้วยผ้าปักชนเผ่าในการแสดง พนักงานของหน่วยงานหรือสถานประกอบการต่างๆ สวมใส่มาทำงานหรือใส่ตามเทศกาลและงานประเพณีต่างๆ นั้น ช่วยทำให้ผ้าปักชนเผ่าเป็นที่นิยมมากยิ่งขึ้น

 

ดังนั้น เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าปักชนเผ่าหรือผ้าพื้นเมือง และเพื่อเพิ่มคุณค่าและมูลค่าของผลิตภัณฑ์ให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ดีมีคุณภาพตามหลักวิชา รวมทั้งให้ความคิดสร้างสรรค์ของแต่ละบุคคลประสบความสำเร็จ ศูนย์ฯ ลำปางจึงได้ดำเนินการโครงการนวัตกรรมผลิตภัณฑ์จากชนเผ่า โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม 2554

 

ศูนย์ฯ ไม่ได้สอนการปักผ้าชนเผ่าหรอกครับ เพราะผู้เข้ารับการอบรมมีความสามารถอยู่แล้ว แต่ศูนย์ฯ เพิ่มเติมความรู้ในเรื่องทฤษฎีผลิตภัณฑ์งานผ้า ทฤษฎีเครื่องประกอบการแต่งกาย และทฤษฎีการจัดแสดงสินค้าและการจัดจำหน่าย

 

ในการออกแบบนั้นได้สอนให้ผู้เข้ารับการอบรมปรับปรุงดัดแปลงลวดลายเดิม การเลือกสีและการตัดเย็บ ที่สำคัญที่สุดก็คือการนำผ้าที่ปักแล้วมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น เสื้อผ้า หมวก กระเป๋าถือ เครื่องประดับต่างๆ เช่น กำไลข้อมือ สร้อยคอ ตุ้มหู และเนคไท เป็นต้น

 

ผลการดำเนินการดังกล่าวข้างต้น ทำให้ผู้เข้ารับการอบรมได้นำลายปักดั้งเดิมมาปรับใช้ให้เข้ากับทฤษฎีการออกแบบได้อย่างกลมกลืน

 

ที่น่าทึ่งก็คือศูนย์ฯ ได้สอนให้ชนเผ่าทั้งสองแลกลายปักซึ่งกันและกัน ซึ่งเป็นการสอนที่ทำให้ผู้เข้ารับการอบรมได้รู้จักแลกเปลี่ยน แบ่งปัน ตลอดจนมีความรักสามัคคีระหว่างกันด้วย

 

นอกจากนั้น ยังได้ส่งให้ผู้เข้ารับการอบรมเหล่านี้ไปศึกษาเพิ่มเติมที่วิทยาลัยการอาชีพลำปาง ทั้งด้านการตลาด บัญชี คอมพิวเตอร์ และการท่องเที่ยว ซึ่งวิชาเหล่านี้มีส่วนช่วยเสริมสำหรับการประกอบอาชีพต่อไป

 

ศูนย์ฯ ได้ส่งผลิตภัณฑ์เหล่านี้เข้าประกวดตามเวทีต่างๆ โดยได้รับรางวัลเป็นจำนวนมาก และได้นำผลิตภัณฑ์เหล่านี้จัดแสดงพร้อมจำหน่าย เพื่อเป็นรายได้ของผู้เข้ารับการอบรม ทั้งนี้ถือเป็นการสอนการตลาดไปในตัวอีกด้วย

 

สำหรับโครงการนวัตกรรมผลิตภัณฑ์จากชนเผ่านั้น ผู้เข้ารับการอบรมได้สำเร็จการศึกษาไปแล้ว 186 คน นอกจากนี้ ศูนย์ฯ ยังได้ฝากผู้เข้ารับการอบรมที่ประสงค์จะทำงานกับบริษัทเอกชนจำนวนถึง 93 คน ส่วนที่เหลือก็ศึกษาต่อ กลับภูมิลำเนาประกอบอาชีพอิสระและมีครอบครัว

 

บริษัทเอกชนทุกแห่งได้ชมเชยผู้เข้ารับการอบรมของศูนย์ฯ ลำปางมาก เพราะสองชนเผ่านี้มีความซื่อสัตย์และมีความอดทนในการทำงานสูงกว่าชาวเรา

 

ขอชื่นชมกับผลงานของศูนย์ฯ ลำปาง เป็นอย่างยิ่งที่ได้พัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนให้ตรงกับความต้องการของผู้เรียนและความต้องการของตลาด โดยเฉพาะมีความคิดริเริ่มที่ได้ดำเนินการโครงการนวัตกรรมผลิตภัณฑ์จากชนเผ่า ได้นำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาให้ผู้เข้ารับการอบรมได้ใช้ความรู้ความสามารถมาประยุกต์ใช้ตามหลักวิชา

 

ทั้งผู้เข้ารับการอบรมยังได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์และความรักในงาน จนสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ดีมีคุณภาพ ถือเป็นการเพิ่มคุณค่าหรือมูลค่าของผลิตภัณฑ์ได้อีกด้วย ไม่ใช่ไปยัดเยียดในสิ่งที่ประชาชนไม่ชอบเช่นเดียวกับที่หลายส่วนราชการชอบทำกัน

 

นับว่าได้ทำหน้าที่ในการพัฒนาอาชีพสตรีและครอบครัวในพื้นที่ที่รับผิดชอบได้อย่างสมบูรณ์

 

        พุธทรัพย์ มณีศรี

puthsup@gmail.com

 

 

Valid CSS! Valid XHTML 1.0 Transitional Level A conformance icon, W3C-WAI Web Content Accessibility Guidelines 1.0